02-538-9089 (จ.-ส. 9-18 น.)

วิธีเพิ่มยอดจองตรงโรงแรม โดยไม่ต้องลดราคา ในปี 2026

31 พ.ค. 26

ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา “การลดราคา” กลายเป็นวิธีหลักที่โรงแรมจำนวนมากใช้เพื่อแข่งขันกันบนโลกออนไลน์ ไม่ว่าจะเป็นโปร Flash Sale, ลดท้ายเดือน, ลดเฉพาะ OTA หรือแจกโค้ดส่วนลดแบบต่อเนื่อง แต่ปัญหาคือ…

แม้ยอดจองอาจเพิ่มขึ้นในระยะสั้น กำไรกลับลดลงเรื่อย ๆ และเมื่อทุกโรงแรมเริ่มลดราคาเหมือนกันหมด ลูกค้าก็จะเริ่ม “เลือกจากราคาถูกที่สุด” แทนที่จะเลือกจากคุณค่าของที่พักจริง ๆ

นี่จึงเป็นเหตุผลว่าทำไมในปี 2026 โรงแรมจำนวนมากเริ่มหันกลับมาโฟกัสเรื่อง “Direct Booking” หรือการจองตรงผ่านเว็บไซต์ของตัวเองมากขึ้น เพราะหลายแห่งเริ่มค้นพบว่า การเพิ่มยอดจองตรง ไม่จำเป็นต้องเริ่มจากการลดราคาเสมอไป

ลูกค้าไม่ได้เลือกจาก “ราคาถูกที่สุด” อย่างเดียวอีกต่อไป

พฤติกรรมของนักท่องเที่ยวในปัจจุบันเปลี่ยนไปมาก ลูกค้าหลายคนยอมจ่ายแพงขึ้นเล็กน้อย หากได้รับประสบการณ์ที่ดีกว่า เช่น

  • ติดต่อโรงแรมได้ง่าย
  • ได้รับข้อมูลรวดเร็ว
  • จองผ่านมือถือสะดวก
  • มีระบบชำระเงินที่ปลอดภัย
  • ได้รับสิทธิพิเศษจากการจองตรง
  • มั่นใจว่าจะได้รับการดูแลหากเกิดปัญหา

นี่คือเหตุผลว่าทำไมโรงแรมหลายแห่งเริ่มเพิ่มยอดจองตรงได้ โดยแทบไม่ต้องลดราคาห้องเลย

 

1. เปลี่ยนจาก “ลดราคา” เป็น “เพิ่มความคุ้มค่า”

หนึ่งในวิธีที่ได้ผลที่สุด คือการให้ “สิทธิพิเศษ” แทนการลดราคาตรง ๆ
ตัวอย่างเช่น

  • ฟรี Late Check-out
  • ฟรี อาหารเช้า 
  • ฟรี Welcome Drink 
  • ฟรี อัปเกรดห้อง 
  • ฟรี รถรับส่ง 
  • ส่วนลดคาเฟ่หรือกิจกรรมภายในที่พัก 

แม้ต้นทุนจริงอาจไม่ได้สูงมาก แต่ลูกค้าจะรู้สึกว่า “ได้มากกว่า” และที่สำคัญคือ โรงแรมยังสามารถรักษาราคาห้องและภาพลักษณ์แบรนด์ไว้ได้

 

2. ลดขั้นตอนการจองให้เหลือน้อยที่สุด

ปัจจุบันลูกค้าจำนวนมากค้นพบที่พักผ่าน Facebook, Instagram, TikTok หรือ Google ก่อนทักมาสอบถามผ่านแชท

แต่ปัญหาที่พบได้บ่อยคือ ลูกค้าต้องสอบถามข้อมูลหลายรอบ กว่าจะได้รับรายละเอียดการเข้าพัก วิธีชำระเงิน หรือการยืนยันการจอง

ขั้นตอนที่มากเกินไปอาจทำให้ลูกค้าเปลี่ยนใจหรือหันไปจองผ่านช่องทางอื่นที่สะดวกกว่า
ตัวอย่างปัญหาที่พบได้บ่อย เช่น

  • ตอบแชทไม่ทัน
  • ต้องส่งรายละเอียดซ้ำหลายครั้ง
  • ลูกค้าต้องรอเช็กห้องว่าง
  • ต้องขอเลขบัญชีและส่งสลิป
  • ไม่มีระบบยืนยันการจองอัตโนมัติ

"ยิ่งลูกค้าต้องรอนาน โอกาสปิดการขายก็ยิ่งลดลง" โรงแรมที่สามารถส่งลิงก์จองให้ลูกค้าเลือกห้องพัก ชำระเงิน และยืนยันการจองได้ทันที มักมีโอกาสเปลี่ยนผู้สอบถามให้กลายเป็นผู้เข้าพักได้มากกว่า

 

3. ใช้คูปองแทนการลดราคาสาธารณะ

อีกหนึ่งวิธีที่ได้รับความนิยมมากขึ้น คือการใช้ระบบคูปองหรือโค้ดส่วนลดเฉพาะกลุ่ม แทนการลดราคาหน้าเพจหรือประกาศโปรโมชันแบบเปิดเผย
ตัวอย่างเช่น

  • คูปองสำหรับลูกค้าเก่า
  • โปรโมชันสำหรับสมาชิก LINE OA
  • ส่วนลดวันเกิด
  •  โค้ดจาก Facebook Ads
  • โปรโมชันช่วง Low Season

ข้อดีคือ

  • ควบคุมโปรโมชันได้ง่าย
  • ไม่กระทบราคาหลักของโรงแรม
  • ลูกค้ารู้สึกได้รับสิทธิพิเศษ
  • สามารถวัดผลทางการตลาดได้ชัดเจน

และยังช่วยกระตุ้นให้ลูกค้าเลือกจองตรงมากขึ้นอีกด้วย

 

4. ความน่าเชื่อถือ คือจุดตัดสินใจก่อนการจอง

ก่อนตัดสินใจจอง นักท่องเที่ยวส่วนใหญ่มักตรวจสอบข้อมูลของโรงแรมเพิ่มเติม แต่หากข้อมูลไม่ครบ ตอบคำถามยาก หรือดูไม่น่าเชื่อถือ ก็อาจทำให้เสียโอกาสในการจองได้
สิ่งที่ช่วยสร้างความมั่นใจให้ลูกค้า เช่น

  • รูปภาพที่พักที่ชัดเจนและเป็นปัจจุบัน
  • ข้อมูลการติดต่อครบถ้วน
  • การตอบแชทอย่างมืออาชีพ
  • ช่องทางชำระเงินที่น่าเชื่อถือ
  • ข้อมูลเงื่อนไขการเข้าพักที่ชัดเจน

ก่อนกดจอง ลูกค้ามักมีคำถามสำคัญอยู่ในใจเสมอว่า "โรงแรมนี้น่าเชื่อถือพอที่จะจองตรงหรือไม่" ยิ่งสร้างความมั่นใจได้มากเท่าไร โอกาสได้รับยอดจองตรงก็ยิ่งสูงขึ้นเท่านั้น

 

5. ใช้ OTA เพื่อหาลูกค้าใหม่ แต่พยายามสร้างยอดจองตรงให้มากขึ้น

OTA ยังคงเป็นช่องทางสำคัญในการสร้างการมองเห็นให้กับโรงแรม แต่พฤติกรรมของนักท่องเที่ยวในปัจจุบันไม่ได้จบอยู่ที่ OTA เสมอไป
หลายคนมักจะ

  • พบโรงแรมผ่าน OTA
  • ค้นหาชื่อโรงแรมเพิ่มเติม
  • เข้าไปดู Facebook, Instagram หรือเว็บไซต์ของโรงแรม
  • อ่านรีวิวและตรวจสอบความน่าเชื่อถือ
  • เปรียบเทียบความสะดวกในการจอง

หากโรงแรมมีช่องทางจองตรงที่สะดวกและน่าเชื่อถือ ก็มีโอกาสเปลี่ยนผู้สนใจเหล่านั้นให้กลายเป็นยอดจองตรงได้มากขึ้น

ระบบจองที่ดี ช่วยเพิ่มยอด Direct Booking ได้อย่างไร

การเพิ่มยอดจองตรงไม่ได้ขึ้นอยู่กับการตลาดเพียงอย่างเดียว แต่ขึ้นอยู่กับความสะดวกของลูกค้าในช่วงเวลาที่กำลังตัดสินใจจองด้วย

ปัจจุบันหลายโรงแรมจึงเลือกใช้ระบบจองออนไลน์ที่สามารถสร้างลิงก์จองตรง (Direct Booking Link) เพื่อส่งให้ลูกค้าผ่าน Facebook, LINE OA หรือช่องทางโซเชียลต่าง ๆ ได้ทันทีลูกค้าสามารถตรวจสอบห้องว่าง จองห้องพัก และชำระเงินได้ด้วยตัวเอง ช่วยลดภาระงานของพนักงาน และลดโอกาสที่ลูกค้าจะหลุดระหว่างขั้นตอนการจอง

สรุป

การแข่งขันของธุรกิจโรงแรมในปี 2026 ไม่ได้อยู่ที่ว่าใครลดราคามากที่สุด แต่อยู่ที่ว่าใครสามารถสร้างประสบการณ์การจองที่สะดวกและน่าเชื่อถือได้มากกว่า
ลูกค้าในวันนี้ไม่ได้มองหาเพียงห้องพักราคาถูก แต่กำลังมองหา

  • ความสะดวก
  • ความรวดเร็ว
  • ความน่าเชื่อถือ
  • และประสบการณ์ที่ดีตั้งแต่ก่อนเข้าพัก

หากโรงแรมสามารถลดขั้นตอนการจอง สร้างความมั่นใจ และทำให้ลูกค้าจองได้ง่ายขึ้น ก็มีโอกาสเพิ่มยอด Direct Booking ได้อย่างยั่งยืน โดยไม่จำเป็นต้องแข่งขันด้วยการลดราคาเพียงอย่างเดียว

และถ้าคุณกำลังมองหาตัวช่วยในการรับจองห้องพักและจัดการโปรโมชั่นต่างๆ ให้เป็นเรื่องง่าย RoomScope คือระบบที่ออกแบบมาเพื่อช่วยให้โรงแรมบริหารการจองได้อย่างมีประสิทธิภาพ เพิ่มโอกาสในการสร้างยอดจองตรง และลดขั้นตอนการทำงานที่ซับซ้อนในแต่ละวัน