02-538-9089 (จ.-ส. 9-18 น.)

7 จุดรั่วไหลของต้นทุนที่เจ้าของโรงแรมมักมองข้าม และวิธีแก้ไขเพื่อเพิ่มกำไรอย่างยั่งยืน

6 ก.ค. 26

เจ้าของโรงแรมหลายแห่งมุ่งเพิ่มยอดจอง แต่กลับมองข้ามต้นทุนที่รั่วไหลในแต่ละวัน มาดู 7 จุดสำคัญที่ทำให้กำไรหายไป พร้อมแนวทางแก้ไขที่นำไปใช้ได้จริง

ทำไมโรงแรมยอดจองดี แต่กำไรกลับไม่เพิ่ม?

เจ้าของโรงแรมจำนวนไม่น้อยเคยพบสถานการณ์ที่อัตราการเข้าพัก อยู่ในเกณฑ์ดี มียอดจองเข้ามาอย่างต่อเนื่อง แต่เมื่อสรุปผลประกอบการกลับพบว่ากำไรสุทธิไม่เป็นไปตามที่คาดหวัง

สาเหตุสำคัญอาจไม่ได้เกิดจากรายได้ที่น้อยเกินไป แต่อาจมาจาก "ต้นทุนรั่วไหล" ที่ซ่อนอยู่ในกระบวนการดำเนินงานประจำวัน ต้นทุนเหล่านี้มักไม่ใช่ค่าใช้จ่ายก้อนใหญ่ที่สังเกตเห็นได้ชัด แต่เป็นค่าใช้จ่ายเล็ก ๆ ที่สะสมต่อเนื่องจนส่งผลกระทบต่อกำไรในระยะยาว

บทความนี้จะพาคุณสำรวจ 7 จุดรั่วไหลของต้นทุนที่เจ้าของโรงแรมขนาดเล็กและขนาดกลางมักมองข้าม พร้อมแนวทางลดค่าใช้จ่ายเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการบริหารโรงแรม

1. ค่าไฟฟ้าที่สูงเกินความจำเป็น

ค่าไฟฟ้าเป็นหนึ่งในต้นทุนหลักของธุรกิจโรงแรม โดยเฉพาะโรงแรมที่เปิดให้บริการตลอด 24 ชั่วโมง
ตัวอย่างต้นทุนที่มักรั่วไหล ได้แก่

  • เปิดเครื่องปรับอากาศในพื้นที่ส่วนกลางตลอดเวลา
  • ใช้อุปกรณ์ไฟฟ้ารุ่นเก่าที่กินพลังงานสูง
  • เปิดไฟในพื้นที่ที่ไม่มีผู้ใช้งาน
  • ระบบน้ำร้อนและปั๊มน้ำไม่มีการตั้งเวลาทำงาน

แม้ค่าใช้จ่ายส่วนนี้อาจดูไม่มากในแต่ละวัน แต่เมื่อรวมทั้งปีอาจคิดเป็นเงินหลายแสนบาท
วิธีลดต้นทุน

  • เปลี่ยนหลอดไฟเป็น LED
  • ติดตั้งเซ็นเซอร์ตรวจจับการเคลื่อนไหว
  • ตรวจสอบประสิทธิภาพของเครื่องปรับอากาศเป็นประจำ
  • วิเคราะห์ค่าไฟต่อห้องพักที่ขายได้ในแต่ละเดือน

2. พึ่งพา OTA มากเกินไป

แพลตฟอร์ม OTA ช่วยสร้างยอดจองได้ดี แต่ค่าคอมมิชชันที่ต้องจ่ายอาจอยู่ในช่วง 15–25% ของราคาห้องพัก ตัวอย่างเช่น

  • ห้องพักราคา 2,000 บาทต่อคืน
  • หาก OTA คิดค่าคอมมิชชัน 18%
  • โรงแรมจะได้รับรายได้จริงเพียง 1,640 บาท

เมื่อหักต้นทุนการดำเนินงานอื่น ๆ กำไรต่อห้องอาจเหลือน้อยกว่าที่คิด
วิธีลดต้นทุน

  • เพิ่มสัดส่วนการจองตรง
  • สร้างฐานลูกค้าเก่าให้กลับมาพักซ้ำ
  • ทำโปรโมชั่นเฉพาะ Direct Booking
  • ใช้ระบบ CRM เพื่อรักษาความสัมพันธ์กับลูกค้า

3. ห้องว่างที่ไม่ได้สร้างรายได้

ในธุรกิจโรงแรม ห้องพักที่ไม่ได้ขายในแต่ละคืนถือเป็นรายได้ที่สูญเสียไปอย่างถาวร ตัวอย่าง

  • โรงแรมขนาด 50 ห้อง
  • ห้องว่างเฉลี่ยวันละ 5 ห้อง
  • ราคาห้องพักเฉลี่ย 1,800 บาท
  • รายได้ที่สูญเสียต่อเดือนอาจสูงถึง 270,000 บาท

แม้จะไม่ใช่ต้นทุนโดยตรง แต่ถือเป็นต้นทุนค่าเสียโอกาสที่มีผลต่อกำไรอย่างมาก
วิธีลดต้นทุนค่าเสียโอกาส

  • วิเคราะห์ข้อมูลการจองย้อนหลัง
  • ปรับราคาแบบ Dynamic Pricing
  • ทำโปรโมชั่นช่วง Low Season
  • ใช้ข้อมูลอัตราการเข้าพักในการวางแผนล่วงหน้า

4. การจัดซื้อที่ไม่มีการควบคุม

หลายโรงแรมใช้ผู้จัดจำหน่ายรายเดิมต่อเนื่องหลายปีโดยไม่เคยเปรียบเทียบราคา รายการที่มักมีต้นทุนแฝง ได้แก่

  • ของใช้ในห้องพัก
  • ผ้าปูที่นอน
  • ผ้าเช็ดตัว
  • น้ำยาทำความสะอาด
  • วัตถุดิบอาหารเช้า

ส่วนต่างราคาเพียง 5–10% อาจสร้างผลกระทบต่อกำไรในระยะยาวได้อย่างมาก
วิธีลดต้นทุน

  • ขอใบเสนอราคาจากหลายผู้ขาย
  • ทบทวนสัญญาจัดซื้อทุกปี
  • ตรวจสอบต้นทุนต่อห้องพักเป็นประจำ
  • วางระบบควบคุมสต็อก

5. ต้นทุนแรงงานที่ไม่สัมพันธ์กับรายได้

พนักงานถือเป็นทรัพยากรสำคัญ แต่ก็เป็นต้นทุนหลักของโรงแรมเช่นกัน ปัญหาที่พบได้บ่อยคือ ช่วง Low Season อัตราการเข้าพักลดลง แต่จำนวนพนักงานยังคงเท่าเดิม ส่งผลให้ต้นทุนแรงงานต่อรายได้สูงขึ้นทันที
ตัวชี้วัดที่ควรติดตาม

  • Labor Cost Ratio
  • Revenue per Employee
  • Cost per Occupied Room

วิธีบริหารต้นทุน

  • จัดตารางงานตามระดับการเข้าพัก
  • ฝึกพนักงานให้ทำงานได้หลายหน้าที่
  • ใช้เทคโนโลยีช่วยลดงานซ้ำซ้อน

6. รีวิวออนไลน์ที่ส่งผลต่อรายได้โดยไม่รู้ตัว

คะแนนรีวิวที่ลดลงเพียงเล็กน้อย อาจส่งผลต่อยอดจองมากกว่าที่หลายคนคิด เมื่อคะแนนรีวิวลดลง

  • อันดับการแสดงผลบน OTA อาจลดลง
  • อัตราการจอง (Conversion Rate) ลดลง
  • ต้องใช้โปรโมชั่นหรือส่วนลดมากขึ้นเพื่อแข่งขัน

ผลลัพธ์คือรายได้ลดลงโดยที่เจ้าของโรงแรมอาจไม่ทราบสาเหตุที่แท้จริง
วิธีป้องกัน

  • ติดตามรีวิวทุกช่องทาง
  • ตอบกลับความคิดเห็นของลูกค้าอย่างสม่ำเสมอ
  • วิเคราะห์สาเหตุของรีวิวเชิงลบ
  • พัฒนาคุณภาพการบริการอย่างต่อเนื่อง

7. ไม่ติดตาม KPI สำคัญของธุรกิจโรงแรม

หนึ่งในสาเหตุที่ทำให้ต้นทุนรั่วไหลคือการขาดข้อมูลในการตัดสินใจ เจ้าของโรงแรมหลายแห่งติดตามเพียงยอดจองและรายรับ แต่ไม่ได้วิเคราะห์ตัวชี้วัดสำคัญ KPI ที่ควรติดตาม ได้แก่

  • Occupancy Rate
  • ADR (Average Daily Rate)
  • RevPAR (Revenue per Available Room)
  • Cost per Occupied Room
  • OTA Commission Ratio
  • Guest Acquisition Cost

หากไม่มีข้อมูลเหล่านี้ การค้นหาสาเหตุของกำไรที่ลดลงจะทำได้ยากมาก

Checklist ตรวจสอบต้นทุนโรงแรมเบื้องต้น

ลองตอบคำถามเหล่านี้

✔️ ค่าไฟฟ้าเพิ่มขึ้นเกิน 10% จากปีก่อนหรือไม่
✔️ ยอดจองจาก OTA เกิน 70% ของยอดจองทั้งหมดหรือไม่
✔️ มีห้องว่างเฉลี่ยมากกว่า 10% ต่อเดือนหรือไม่
✔️ ไม่เคยเปรียบเทียบราคาซัพพลายเออร์ในรอบ 12 เดือนหรือไม่
✔️ ต้นทุนแรงงานสูงกว่า 30% ของรายได้หรือไม่
✔️ คะแนนรีวิวออนไลน์ลดลงในช่วง 6 เดือนที่ผ่านมา หรือไม่
✔️ ไม่มีการติดตาม KPI โรงแรมเป็นประจำหรือไม่

หากตอบ "ใช่" มากกว่า 3 ข้อ แสดงว่าโรงแรมของคุณ "อาจมีโอกาสลดต้นทุนและเพิ่มกำไรได้อีกมา" 

สรุป

การเพิ่มกำไรของโรงแรมไม่ได้เกิดจากการเพิ่มยอดจองเพียงอย่างเดียว แต่เกิดจากการบริหารต้นทุนอย่างมีประสิทธิภาพด้วย การลดต้นทุนรั่วไหลเพียง 5–10% อาจสร้างผลลัพธ์ทางการเงินได้มากกว่าการลงทุนด้านการตลาดเพิ่มเติมเสียอีก

สำหรับเจ้าของโรงแรมขนาดเล็กและขนาดกลาง การตรวจสอบ 7 จุดรั่วไหลของต้นทุนอย่างสม่ำเสมอ จะช่วยให้ธุรกิจมีสภาพคล่องดีขึ้น เพิ่มกำไร และแข่งขันในตลาดได้อย่างยั่งยืนในระยะยาว